Eng / Thai
ประวัติความเป็นมา

ชุมชนเก้าเส้ง
เดิมเป็นชุมชนชาวประมงที่ย้ายมาจากบริเวณแหลมสนอ่อน ตั้งแต่สมัย จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ เมือประมาณ ปีพ.ศ.2500 ปัจจุบัน (พ.ศ.2546) ประกอบด้วยที่อยู่อาศัยประมาณ 450 หลังคาเรือนประชากรโดยประมาณ กว่า 4,000 คน บนพื้นที่ตั้ง 26 ไร่ โดยเป็นที่ดินของกรมธนารักษ์

ชาวบ้านส่วนมาก ไม่ได้ถือครอบครองกรรมสิทธิ์บนที่ดินอย่างถูกต้อง กอปรสภาพความเป็นอยู่ภายในชุมชนที่ค่อนข้างแออัด และบางส่วนมีความทรุดโทรมและไม่ได้ปลูกสร้างตามกฎหมาย ทำให้คนภายนอกมักจะมองชุมชนในแง่ลบ

แต่ด้วยความเข้มแข็งและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชุมชน ที่ร่วมกันต่อสู้ และ พัฒนาชุมชนมาตลอด ส่งผลให้ชุมชนได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 10 ชุมชนนำร่องของรัฐบาลในการจัดทำโครงการบ้านมั่นคงในปี พ.ศ. 2546 ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา รวมถึงการบริหารจัดการในด้านต่างๆ
ชุมชนเก้าเส้งนั้นอยู่ในลักษณะของการปรับปรุงชุมชนในที่ดินเดิม ซึ่งได้รับเงินสนับสนุนสาธารณูปโภคประมาณ 20,000 บาท ต่อจำนวนครัวเรือน หรือประมาณ 9,000,000 บาท จากพอช.

โดยกระบวนการทำงานด้านการออกแบบ ทางกลุ่มสถาปนิกชุมชน เพื่อที่อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อม (CASE) นำโดย อ.ปฐมา หรุ่นรักวิทย์ ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการนำเสนอแนวทางต่างๆในการแก้ไขปัญหา โดยเน้นกระบวนการการมีส่วนร่วมของชาวบ้านเป็นหลักในช่วงปี พ.ศ. 2546-47 โดยมีสถาปนิกที่ลงทำงานในพื้นที่ 3 คน และยังมีทีมอาจารย์และนักศึกษาจาก คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร และม.เกษตรศาสตร์ ที่สนใจ และ อาจารย์จากสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล จ.สงขลา เข้ามามีร่วมในการจัดทำโครงการ
 

วัตถุประสงค์ของการทำงาน

- เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและหาข้อมูลในการพัฒนาจากชุมชนในระดับรากหญ้า
- เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจและชี้ให้เห็น ถึงประโยชน์ในการพัฒนาไปสู่โครงการบ้านมั่นคง
- เพื่อนำเสนอรูปแบบแนวทางการพัฒนาต่างๆให้กับชุมชน และ ร่วมมือกันหาข้อสรุปแนวทางการพัฒนาระหว่างชุมชน กับ กลุ่มสถาปนิก
- เพื่อกระตุ้นให้เกิดการร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในท้องถิ่น เช่น เทศบาล อำเภอ เป็นต้น


ขอบเขตในการทำงาน

- จัดทำผังและแผนการทำงาน รวมถึงควบคุมตรวจสอบ งานก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคเบื้องต้น ให้ชุมชนสามารถจัดทำและดูแลตัวเองได้
- จัดทำแบบแปลน หุ่นจำลอง การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างต่างๆ รวมถึง การประเมินราคาค่าก่อสร้างของ บ้านที่ต้องการปรับปรุงและสร้างใหม่
 
วิธีการดำเนินงาน


1. ศึกษาบริบทเบื้องต้นของชุมชน


2. ศึกษาและจัดทำข้อมูลเชิงกายภาพและบริบทของชุมชนโดยละเอียด

- จัดทำแผนที่กายภาพต่างๆ
- แผนผังทางสัญจรและขอบเขตของบ้านในชุมชน
- แผนผังลักษณะการใช้สอยพื้นที่ ความสูง และตำแหน่งพื้นที่สีเขียวของชุมชน
- แผนผังแสดงศาสนา พุทธ และ อิสลาม
- ขนาดความกว้างทางสัญจร ตำแหน่งไม้ยืนต้นและเสาไฟในชุมชน
- ฯลฯ

3. นำเสนอแนวคิดและแนวทางต่างๆในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้คณะกรรมการชุมชน โดยการฉายสไลด์ชุมชนที่มีลักษณะใกล้เคียงกับชุมชนเก้าเส้ง เช่น ชุมชนในประเทศ สเปน,กรีซ,บาหลี,อินเดีย,ฯลฯ

4. แบ่งกลุ่มสีย่อย
การแบ่งกลุ่มสีย่อยในแต่ละเขต จากเดิมที่มีอยู่ทั้งหมด 5 เขต เป็นกลุ่มสีทั้งหมด 33 สี แต่ละสีประกอบด้วยบ้านประมาณ 10-15 หลังคาเรือน เพื่อลดขนาดและจำนวนคน ให้สะดวกต่อการศึกษาข้อมูล ปัญหาและแนวทางการแก้ไขจากระดับรากหญ้าของชุมชน
โดยมีขั้นตอนการแบ่งกลุ่มสีดังนี้

- แบ่งกลุ่มสีครั้งแรกโดยกลุ่มสถาปนิก ใช้หลักการรวมกลุ่มตามบริบทต่างๆ เช่น ทางสัญจรร่วมกัน พื้นที่ใกล้เคียงกัน ฯลฯ

- แบ่งกลุ่มสีครั้งหลังโดยการลงไปยังพื้นที่จริง เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวบ้านได้มีส่วนร่วมในการแก้ไข ในการแบ่งกลุ่มสี รวมถึงกระตุ้นให้เกิดความสนใจและการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน ต่อการทำงานของกลุ่มสถาปนิก

5. ประชุมกลุ่มสีย่อย


- ประชุมกลุ่มสีครั้งแรก จัดในพื้นที่จริงของแต่ละสี เพื่อแนะนำกระบวนการในการทำโครงการบ้านมั่นคงให้ชาวบ้านได้รับรู้ และให้ ชาวบ้านเตรียมตัว สำหรับการนัดประชุมในการทำผังของกลุ่มสีในการประชุมครั้งต่อไป เช่น การให้ชาวบ้านหาข้อดีข้อเสีย และสิ่งที่ต้องการให้มีในพื้นที่ รวมไปถึงสิ่งที่ต้องการให้มีในเขตและในชุมชน ฯลฯ และเนื่องจากปัจจัยทางด้านต่างๆ ทำให้ต้องมีความรวบรัดในการทำงาน จึงได้จัดทำจดหมายข่าวย้ำ แก่ชาวบ้านทุกหลัง ให้ทราบถึงความสำคัญในการมาเข้าร่วมประชุม และผู้ที่ไม่เข้ามาร่วมประชุม จะไม่สามารถโต้แย้งข้อสรุปในที่ประชุมภายหลังได้ และ เนื่องจากการต้องการข้อมูลในระดับรากหญ้าจริง ถ้าชาวบ้านมาประชุมกันไม่ถึงกึ่งหนึ่งของกลุ่มสี หรือคนที่มาเป็นตัวแทนของบ้านในแต่ละหลังไม่สามารถตัดสินใจได้ ก็จะยกเลิกการประชุมในครั้งนั้น และจัดไปไว้ในส่วนท้ายของการประชุมภายหลัง

- ประชุมกลุ่มสีที่สอง นำเสนอแนวทางและรูปแบบในการพัฒนาชุมชน ในรูปแบบต่างๆเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของชุมชนเก้าเส้งกับชุมชนที่อื่นๆ ให้ชาวบ้านในกลุ่มสี หลังจากนั้นจึงการลงมือทำผัง โดยให้ชาวบ้านเป็นผู้เขียนความต้องการลงในแผนผังที่เตรียมไว้ ร่วมกับกลุ่มสถาปนิก เมื่อเสร็จแผนผัง ได้มีการลงลายมือชื่อกำกับผังเพื่อยืนยันการทำงาน

- ประชุมกลุ่มสีที่ตกค้าง เพื่อให้โอกาสกับกลุ่มสีที่ไม่พร้อมในการประชุมครั้งหลัง

6. ประชุมขอความร่วมมือหน่วยงานต่างๆ
ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ เช่น เทศบาล, อำเภอ, กรมธนารักษ์, กระทรวงพลังงาน ฯลฯ เพื่อนำเสนอวิธีการทำงานและขอความร่วมมือในการมีส่วนร่วมของหน่วยงานต่างๆ ในโครงการบ้านมั่นคง

7. สรุปผังสาธารณูปโภคในแต่ละเขต โดยนัดกลุ่มสีต่างๆในเขต มาเพื่อหาข้อสรุปรูปแบบของการปรับปรุง โดยมีการทำผังรวมเขตจากแผนผังที่ได้จากการประชุมกลุ่มสี ให้ชาวบ้านในแต่ละกลุ่มสีได้แลกเปลี่ยนกับกลุ่มสีอื่นๆ และ ยืนยันข้อสรุปของการปรับปรุงในแต่ละเขต พร้อมทั้งจัดตั้งหัวหน้ากลุ่มสีเพื่อเป็นตัวแทนในการทำงานร่วมกับกลุ่มสถาปนิก กลุ่มสีละ 2-3 คน

8.ประชุมหาข้อสรุปพื้นที่ในแต่ละเขตที่เป็นปัญหา เนื่องจากการประชุมในแต่ละครั้งใช้ระยะเวลาในการตกลงนานมาก จึงยังมีพื้นที่ที่เป็นประเด็นปัญหาเหลืออยู่ จึงจัดให้มีการหาข้อสรุป ของชาวบ้านในบริเวณนั้นกับคณะกรรมการชุมชน เช่น
- บริเวณริมคลองสำโรง จะจัดให้มีการทำเวิร์คชอบออกแบบร่วมกับคนในพื้นที่นั้นอีกครั้ง
- บริเวณชายทะเล
- บริเวณตลาดหน้าถนนเก้าแสน
- ฯลฯ

9. สร้างบ้านตัวอย่าง เพื่อนำเสนอการใช้วัสดุพื้นถิ่นและการก่อสร้างในรูปแบบ ที่สอดคล้องบริบทของชุมชนบริเวณริมคลองสำโรง โดยมีวิธีการคัดเลือกบ้านที่จะทำ ด้วยการสอบถามแนวคิดของชาวบ้านเกี่ยวกับเรื่องที่อยู่อาศัย จากนั้นกลุ่มสถาปนิก ได้ลงความเห็นกันเลือกบ้านบริเวณปากคลองสำโรงต่อกับริมทะเล เพราะเจ้าของมีความต้องการใช้วัสดุและมีแนวคิด ด้านการทำที่อยู่อาศัยเชิงพื้นถิ่นเพียงหลังเดียวจากทุกหลังในชุมชน ประกอบกับเหตุปัจจัยของทางด้านตั้ง ที่สามารถกระตุ้นให้เกิดความสนใจของคนในชุมชนได้มาก


10. เวิร์คชอบริมคลองสำโรง

เพื่อหาข้อสรุปในการใช้พื้นที่ริมคลอง ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนในบริเวณนั้น โดยนัดชาวบ้านบริเวณและในเขตรวมถึงคณะกรรมการในชุมชนมาร่วมกันทำ ผลสรุป จะใช้พื้นที่นั้นเป็นขนำและท่าน้ำสำหรับสาธารณะ และ สามารถเข้าไปทำงานและเก็บอุปกรณ์ต่างๆได้ และได้มีการเลือกตั้งหัวหน้ากลุ่มเพื่อรับผิดชอบดูแลเฉพาะส่วนของริมคลอง เพื่อความสะดวกในการทำงาน

11. ทำผังสาธารณูปโภคและประเมินราคาค่าก่อสร้างเบื้องต้น
รวมทั้งชุมชน รวมถึงติดต่อผสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น ไฟฟ้า ประปา เทศบาล ช่างและผู้รับเหมาในชุมชน เพื่อเสนอของบประมาณในการก่อสร้างเบื้องต้นต่อ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พ.อ.ช.)

12. ทำแผนการก่อสร้างและประเมินราคาโดยละเอียด แบ่งเป็น 2 ส่วนดังนี้
- ระบบสาธารณูปโภค จัดประชุมหัวหน้าฝ่ายด้านการก่อสร้างเพื่อหาแนวทางและแผนงานในการทำงาน
- บ้านที่ต้องการปรับปรุงสร้างใหม่ คิดหาวิธีการออกแบบเพื่อความสะดวกและรวบรัดในกระบวนการทำงานในการออกแบบบ้านร่วมกับ หัวหน้าช่างและกรรมการฝ่ายต่างๆในชุมชน

13. เวิร์คชอบในการออกแบบบ้านที่ต้องการปรับปรุงช่อมแซมหรือสร้างใหม่
โดยจัดให้มีขั้นตอนการทำงานทั้งหมดสามครั้งต่อหนึ่งกลุ่ม ใช้สถาปนิก1คน ต่อชาวบ้าน5คน รวม15หลังต่อ1กลุ่ม แต่ละกลุ่มแบ่งตามข้อมูลทางกายภาพ เช่น ราคา ขนาดพื้นที่ ฯลฯ มีขั้นตอนการทำงานดังนี้
- เวิร์คชอบบ้านครั้งแรก นำเสนอแบบบ้านพร้อมหุ่นจำลอง2-3แบบ เพื่อเป็นตัวอย่างให้เห็นลักษณะต่างๆในการจัดพื้นที่ใช้สอย การใช้วัสดุ การจัดสรรที่ว่าง ฯลฯ เพื่อให้ชาวบ้านเริ่มคุ้นเคยกับแบบและหุ่นจำลอง พร้อมทั้งแจกขนาดที่ดินของบ้านในแต่หลัง ในมาตราส่วน 1 นิ้ว เท่ากับ 1 เมตร (1 : 40) พร้อมทั้งนำเสนอสภาพความเป็นอยู่ในปัจจุบันด้วยภาพถ่าย ให้ชาวบ้านลองเขียนแบบบ้านใหม่ตามความต้องการของตัวเอง พร้อมทั้งให้มีการเสนอความต้องการและข้อดีข้อเสียของบ้านหลังเดิมด้วย
- เวิร์คชอบบ้านครั้งที่สอง ให้ชาวบ้านร่วมกันออกแบบผังและทำโมเดลโดยมีสถาปนิกเป็นผู้ให้คำแนะนำ ในด้านต่างๆ เพื่อหาข้อสรุปรูปแบบบ้านที่ชาวบ้านต้องการ พร้อมทั้งจัดทำการประเมินราคาก่อสร้างจากตามวัสดุที่บ้านแต่ละหลังเลือกใช้ จากนั้นก็มีการเลือกวิจารณ์ข้อดีข้อเสียของบ้านแต่ละหลังเพื่อให้ชาวบ้านกลับไปคิดแก้ไขอีกครั้ง
- เวิร์คชอบบ้านครั้งสุดท้าย สรุปแบบบ้านทุกหลังในกลุ่ม โดยมี แบบแปลน หุ่นจำลอง รวมถึงตารางการใช้วัสดุการประเมินราคาโดยละเอียด

14. ควบคุมดูแลการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคและปรับปรุงภูมิทัศน์
ทำ Shop Drawing ในส่วนรายละเอียดต่างๆ เช่น รอยต่อคูระบายน้ำบางจุด, ลวดลายพื้นตามบริเวณต่างๆ, สนามเด็กเล่น, แบบขยายส่วนริมคลอง, ที่ตากปลา, ที่ตากผ้า, ทับสำหรับเก็บอวน, ที่เก็บของ เป็นต้น

15. ก่อสร้างบ้านพักอาศัย

16. ประเมินผลโครงการและจัดกิจกรรมฯลฯ เช่น การประกวดวาดรูป การเปิดงานบ้านมั่นคง ฯลฯ
Home
Contact Us Links
Copyright © CASE STUDIO {Community Architects for Shelter and Environment}. All rights reserved.
back to home